Reggio Emilia Approach Inspired School

Reggio Emilia หลักสูตรที่ D-PREP นำมาประยุกต์ใช้กับนักเรียน

โลกหมุนไปเร็วกว่าที่เราคิด การปรับตัวให้ทันกับสังคมที่เปลี่ยนไปนับว่าเป็นเรื่องสำคัญ นั่นรวมไปถึงพัฒนาการและศักยภาพของเด็กในยุคปัจจุบัน ที่ควรพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อการใช้ชีวิตในสังคม นั่นหมายถึงศักยภาพของเด็กในปัจจุบันไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ด้านวิชาการหรือด้านกีฬาเท่านั้น แต่รวมทักษะเฉพาะด้านต่าง ๆ ที่จะเอาตัวรอดในสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ  เช่น การแก้ปัญหา การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และอีกมากมาย

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสอนทักษะชีวิตที่สำคัญเหล่านี้แก่เด็กในช่วงปีแรก ๆ คือ การสอนแบบ “เรกจิโอ เอมิเลีย”

เรกจิโอ เอมิเลีย หรือ Reggio Emilia Approach คืออะไร ?

เรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) หรือการเรียนการสอนแบบ “เรกจิโอ” คือ ระบบการศึกษาเชิงผสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีแนวคิดที่สำคัญคือ การเรียนรู้ของเด็กจะสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ

1.) ตัวตนของเด็กเอง
2.) สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเด็ก 

การเรียนการสอนแบบ เรกจิโอ เอมิเลียนั้นเชื่อว่า เด็กมีศักยภาพและมีความสามารถติดตัวมาตั้งแต่เกิด และศักยภาพเหล่านั้นจะถูกส่งเสริมด้วยสิ่งต่าง ๆ รอบตัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ ชุมชน สังคม และวัฒนธรรม นั่นหมายความว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาตัวตนของเด็ก และส่งเสริมให้พวกเขาแสดงศักยภาพเหล่านั้นออกมา

การเรียนการสอนแบบ เรกจิโอ เอมิเลีย มีที่มาอย่างไร ?

การเรียนการสอนแบบ เรกจิโอ มีจุดเริ่มต้นที่เมือง เรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) ของประเทศอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างพ่อแม่และคุณครู เพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับเด็ก ๆ ในแต่ละช่วงวัย ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักในกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980

การเรียนการสอนแบบ เรกจิโอ เอมิเลีย ให้ความสำคัญเรื่องใดบ้าง?

1. วิธีการสอนที่มีเด็กเป็นศูนย์กลาง

“เด็ก” คือศูนย์กลางการเรียนรู้ (Children’s Center) โดยเด็กมีศักยภาพและความสามารถตั้งแต่เกิด และสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้เต็มที่ โดยอาศัยการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

2. บรรยากาศโรงเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้

โรงเรียนมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงตัวเด็ก ครอบครัว และครูผู้สอนเข้าด้วยกัน ซึ่งควรจัดสถานที่เรียนให้นักเรียนรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร โดยที่ครูกับนักเรียนสามารถเรียนรู้ไปด้วยกัน การสอนและการเรียนรู้ต้องทำควบคู่กันไป ซึ่งคุณครูผู้สอนมีหน้าที่สังเกตการณ์ตัวนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจ และออกแบบการเรียนการสอนในอนาคต

3. สร้างโปรเจคโดยให้นักเรียนเป็นผู้นำ

การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จะคอยสังเกตจากความสนใจของนักเรียน ผ่านโครงการต่าง ๆ (Project Approach) โดยให้เด็กนักเรียนเสนอหัวข้อที่อยากทำ เพื่อช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจใคร่รู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง โดยโรงเรียนจะออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการสังเกต ทดลอง ตั้งคำถาม บันทึกผลการทดลอง ร่วมแสดงความคิดเห็น 

ซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต่อนักเรียน ซึ่งทาง D-PREP มีหลักสูตร Expeditionary Learning (EL) ที่เน้นให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เชิงลึก (in-depth research) และทดลองทำด้วยตัวเองในรูปแบบของการสร้าง project ตามความสนใจของนักเรียน โดยมีคุณครูและผู้เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะด้าน คอยให้คำแนะนำ

4. การเรียนรู้จากการลงมือทำในแบบเรกจิโอ

เด็กจะได้ออกไปค้นคว้าและสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เป็นประสบการณ์จริง เช่น ปลูกผัก เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และศูนย์แสดงความรู้ เป็นต้น 

รวมถึงมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน คุณครู และผู้ปกครองที่ร่วมกิจกรรมด้วยกัน อีกทั้งได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ ร่วมพูดคุยซักถาม รวมถึงการใช้ศิลปะเข้ามาเป็นเครื่องมือสื่อสารความรู้สึกของตัวเอง เช่น การเขียนจดหมายส่งถึงกัน การวาดรูป ระบายสี ปั้นดิน และประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น 

โดยที่คุณครูจะคอยรับฟังและสนับสนุนความคิดของเด็กอย่างเต็มที่ รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้อธิบาย และแสดงตัวตนอย่างเต็มที่

5. การบันทึกข้อมูลสาระการเรียน

คุณครูผู้สอนมีส่วนอย่างมากในการคอยสังเกตและบันทึกสิ่งต่าง ๆ  รวมไปถึงทักษะการแก้ปัญหาของเด็ก ในสถานการณ์นั้น ๆ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอน เพื่อสะท้อนและประเมินศักยภาพการเรียนรู้และพัฒนาการในตัวเด็กแต่ละคน  มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างครูผู้สอนในแต่ละวิชา และผู้ปกครอง เพื่อรายงานสถานการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนได้อย่างเต็มที่

เด็กได้อะไรจากการเรียนรู้แบบ เรกจิโอ เอมิเลีย

  • เด็กจะได้มีส่วนร่วมในการเรียน นำเสนอหัวข้อและโปรเจคที่ตนเองสนใจ
  • ได้ฝึกเป็นเจ้าของโปรเจค สร้างสรรค์ผลงานที่ตัวเองเป็นคนเลือก
  • ได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ นอกห้องเรียน มากไปกว่าแค่เรียนรู้จากในตำรา
  • ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ คุณครู ผู้ปกครอง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมมือ ช่วยเหลือกันและกัน และร่วมกันผลักดันให้โครงการสำเร็จร่วมกัน
  • สนับสนุนให้เด็กเติบโตเป็นคนที่รักและกระตือรือร้นในการเรียนรู้
  • ช่วยให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่

การเรียนการสอนแบบ เรกจิโอ เอมิเลียที่ D-PREP นำมาประยุกต์ใช้

ที่ D-PREP เราภูมิใจที่ได้นำหลักแนวคิดนี้มาเป็นแบบอย่างในการเรียนการสอนภายในโรงเรียน (Reggio Emilia Inspired school) โดยได้มีการออกแบบอาคารเรียนและฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้สอดคล้องไปกับการเรียนรู้ของเด็ก เพราะเราเชื่อมั่นว่า เด็กคือผู้ที่มีความสามารถในการเรียนรู้จากความสนใจ ความสงสัย โดยครูผู้สอนและผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการร่วมมือกัน เป็นผู้สังเกตการณ์ในการเรียนรู้ของเด็ก

นอกจากนี้ เรายังใส่ใจในการสังเกตการณ์การเรียนรู้ของเด็กผ่านตัวอย่างชิ้นงาน เช่น ภาพวาด การเขียน งานศิลปะ ภาพถ่ายระหว่างการทำกิจกรรม การสนทนา วิดีโอ อีกทั้งยังได้ออกแบบโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย การเก็บรวบรวม portfolio ของนักเรียน รวมไปถึงกิจกรรมอย่าง waterplay และ Light & Shadow Studio

“Light Studio” ของทาง D-PREP ที่ถูกออกแบบโดยอาศัยหลักการของ เรกจิโอ เอมิเลีย เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งคุณครูจะทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์นักเรียนในขณะทำกิจกรรมภายในห้อง light studio

D-PREP : A day in the life of the light studio

เด็กนักเรียนเดินเข้ามาในห้อง “Light Studio” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ในพื้นที่ที่พวกเขา จะได้เพิ่มพูนความคิดสร้างสรรค์ ได้ค้นคว้า และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ไม่รู้จบ ห้องถูกออกแบบให้สามารถเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่จัด ณ เวลานั้น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัส ทดลอง ควบคุม ปรับเปลี่ยน และเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงและเงา แสงสะท้อน การหักเหของแสง การฉายแสง รวมถึงการวาดภาพ และอื่น ๆ อีกมากมายไม่รู้จบ

  • ในตอนเช้า นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลจะถูกแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงและสีของวัตถุ และทดลองการสื่อสารส่งเสียงต่าง ๆ โดยใช้หีบเพลง
  • หลังจากนั้น นักเรียนชั้นอนุบาลจะได้เรียนรู้และทดลองเกี่ยวกับแสงสะท้อนจากภาพวาดของตัวเอง ศึกษาโครงสร้างและรายละเอียดของใบไม้-ต้นไม้ของจริง และการฉายแสงให้เห็นโครงสร้างด้านใน
  • ในตอนบ่าย เด็ก ๆ ชั้นประถมจะได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป มีอิสระในการเดินสำรวจ และเลือกกิจกรรมที่ตนชื่นชอบ เช่น ศึกษาโครงสร้างใบไม้ผ่านกล้องจุลทรรศน์ และวาดภาพจากสิ่งที่ได้เห็น

ห้อง Light Studio ถือเป็นห้องที่ส่งผ่านกิจกรรมที่มีเป้าหมาย สนุกเพลิดเพลิน น่าตื่นเต้นเร้าใจ รวมไปถึงเป็นสถานที่ที่เด็กสามารถใช้สมาธิกับกิจกรรมได้เต็มที่ โดยที่เด็ก ๆ จะได้มีโอกาสทดลอง เรียนรู้ และค้นพบโลกกว้างรอบ ๆ ตัวที่น่าสนใจ โดยนักเรียนจะได้ใช้สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส และการสัมผัส ในระหว่างการทำกิจกรรมต่าง ๆ

ทั้งนี้การนำหลักแนวคิด Reggio Emilia Approach หรือ การสอนแบบเรกจิโอ มาประยุกต์ใช้ นับว่าเป็นอีกก้าวที่ทาง D-PREP ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการศึกษารูปแบบใหม่ และเป็นอีกหนึ่งก้าวของการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กมีศักยภาพ พัฒนา และต่อยอดทางความคิดที่ไร้ขีดจำกัด

บทความแนะนำ

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool

ข่าวสาร
และเรื่องราวจากโรงเรียน
Scroll to Top
Scroll to Top

To Download the file

Please fill out this form

Reach out to us
Admission Hotline

Do you want to contact the admission hotline?